นิทานไทย

พระรถ-เมรี เรื่องต่อจากนางสิบสอง

พระรถ-เมรี
พระรถ-เมรี

พระรถ-เมรี เป็นเรื่องราวที่เล่าต่อจากเรื่องนางสิบสอง โดยพระรถเสนนั้นเป็นลูกของนางเภาซึ่งน้องคนสุดท้องของนางสิบสอง เรื่องได้กล่าวว่า รถเสนโตเมื่อยามเป็นเด็กอยากจะช่วยแม่และป้าของตนที่ติดอยู่ในคุก จึงได้ดูแลและหาข้าวมาให้กิน รถเสนนั้นได้มีไก่ที่เทวดาเสกมาให้และได้นำไปชนไก่ เมื่อได้รับชัยชนะก็นำได้เงินมาซื้อข้าวให้แม่และป้าของตนกิน

จนเรื่องราวรู้ไปถึงหูของพระรถสิทธิ์ที่ไม่รู้ว่ารถเสนนั้นเป็นลูกตน พอดีตอนนั้นได้เกิดเหตุที่ว่าเมืองกุตลนครมีเมืองอื่นได้เข้ามาท้าพนันตีไก่เอาบ้านเอาเมือง รถเสนได้รับคำเชิญจากพระรถสิทธิ์ให้นำไก่ของตนไปชนและก็ได้รับชนะ หลังจากนั้นรถเสนก็ได้กลายเป็นคนโปรดของพระรถสิทธิ์และนางสันธมาลาจึงได้นำไปเลี้ยงดูจนโตเป็นหนุ่ม

พระรถ-เมรี เดินเรื่องต่อ นางสิบสอง

ขณะเดียวกันที่เมืองทานตะวัน เมรี ลูกของพญายักษ์และมเหสีเป็นมนุษย์ที่นางสันธมาลาขอมาเลี้ยงไว้ก็ได้โตเป็นสาวแล้ว ฝ่ายนางยักษ์สันตราพอรู้แล้วว่ารถเสนเป็นลูกของนางเภาก็โกรธแค้น จึงได้ออกอุบายว่าตนป่วยต้องนำมะงั่วหาว มะนาวโห่ที่เมืองทานตะวันมารักษาพร้อมยังให้รถเสนนำสาส์นที่ตนได้เขียนไปให้เมรีด้วย

โดยไม่ให้รถเสนเปิดอ่านเด็ดขาด รถเสนจึงได้ขี่ม้าไปที่เมืองทานตะวัน ระหว่างทางก็ได้แวะพักที่กระท่อมของฤๅษี ฤๅษีได้ขออ่านสาส์นของรถเสนจึงรู้ว่ารถเสนจะต้องตายแน่จึงแปลงสาส์นว่าให้เมรีแต่งงานกับรถเสนและได้มอบม้าวิเศษพูดชื่อประกายเพชรได้ให้รถเสนด้วย เมื่อรถเสนเดินทางมาถึงเมืองทานตะวัน เมรีก็ได้อ่านสาส์นก็เกิดความรักรถเสน จึงได้แต่งงานกัน

วันหนึ่งฝ่ายแม่ย่าได้ตรวจดวงชะตาของเมรีแล้วพบว่า ถ้าเมรียังรักรถเสนอยู่อย่างนั้นเมรีจะต้องตายอย่างแน่นอน แม่ย่าจึงคิดออกอุบายให้รถเสนไปจากเมรี ทางรถเสนเองนั้นก็ได้แอบนำดวงตาของนางสิบสองที่ที่เมรีเก็บไว้เอาไปให้แม่และป้าของตน  แม่ย่ารู้ก็สนับสนุนเปิดทางให้รถเสนได้นำดวงตาออกมาและขี่ม้าคู่ใจของตนออกจากเมืองไป

แต่เมรีรู้ว่ารถเสนกำลังหนีตนจึงวิ่งตามมา ฝ่ายรถเสนเองจึงอธิษฐานให้พื้นดินกลายเป็นทะเล เมรีจึงตามไปไม่ได้และตรอมใจตาย เมื่อรถเสนมาถึงก็ได้นำดวงตามาให้แม่กับป้าของตนนางทั้งสิบสองจึงมีดวงตาเป็นปกติ หลังจากนั้นทุกคนก็รู้ว่านางสันธมาลาเป็นยักษ์จึงได้เนรเทศออกนอกเมือง พอเรื่องคลี่คลายลงแล้วนั้น รถเสนก็กลับไปเมืองทานตะวันพอมาถึงก็พบว่าเมรีตายแล้ว รถเสนจึงทำศพให้เมรีแล้วตรอมใจตายตามนางเมรีอันเป็นที่รักไป ทำให้เกิดชาติใหม่เป็นพระสุธนและมโนห์รา…

นิทานไทย

นางสิบสอง ผู้หญิงที่น่าสงสาร

นางสิบสอง
นางสิบสอง

นางสิบสอง เป็นนิทานที่สืบต่อกันมาเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ นานมาแล้วมีเศรษฐีคนหนึ่งชื่อนนท์ และภรรยาของเขาชื่อ พราหมณี ทั้งสองมีลูกสาวถึง 12 คน ด้วยความที่มีลูกเยอะจึงทำให้มีฐานะยากจนลง วันหนึ่งพ่อของนางสิบสองจึงหลอกนางไปในป่าแล้วทิ้งพวกนางไว้ และนางยักษ์สันตราที่กำลังหากินอยู่เข้ามาเจอพวกนางพอดี นางยักษ์สันตราพอได้เห็นนางทั้งสิบสองก็เกิดความรักและเอ็นดูเพราะตนไม่มีลูก

จึงนำนางทั้งสิบสองมาเลี้ยงไว้ในวัง โดยมีคำสั่งให้ทุกคนในเมืองทานตะวันแปลงกายเป็นมนุษย์ให้หมด เพราะอาจทำให้นางสิบสองหวาดกลัวและเกลียดตัวเองที่เป็นยักษ์ จึงได้เปลี่ยนชื่อตัวเองจากสันตราเป็นสันธมาลา นางทั้งสิบสองใช้ชีวิตอยู่ในวังจนกระทั่งโตเป็นสาว วันหนึ่งนางเภาก็ได้เกิดสงสัยขึ้นมาว่าเมืองนี้เป็นเมืองยักษ์เพราะไม่เคยเห็นสัตว์ตัวไหนในเมืองและพี่ของตนก็ได้พบกองกระดูก

ซึ่งนางสันธมาลาห้ามไม่ให้ไปที่นั้นอีกด้วย นางเภาจึงพาพวกพี่หนีออกจากเมืองยักษ์ นางสันตรารู้ว่านางสิบสองหนีตนไปก็เกิดความอาฆาตแค้น นางทั้งสิบสองดีใจที่หนีจากนางยักษ์จนมาถึงเมืองกุตลนครซึ่งมีราชารถสิทธิ์เป็นผู้ปกครองเมือง ท้าวรถสิทธิ์เมื่อได้เห็นนางเภาที่รูปงามและพวกพี่ๆของนางแล้วก็เกิดความรักใคร่

นางสิบสอง ผู้อาภัพรัก และโชคชะตากลั่นแกล้ง

โดยรักนางเภามากที่สุด ท้าวรถสิทธิ์ได้นางทั้งสิบสองเป็นมเหสีแล้วอยู่มาวันหนึ่งนางทั้งสิบสองคนก็ได้ตั้งครรภ์ ขณะเดียวกันนางยักษ์สันตราได้รู้ว่านางสิบสองอยู่ที่เมืองกุตลนครและได้เป็นมเหสีของราชารถสิทธิ์ ก็ได้ตามไปจนมาถึงเมืองกุตลนครและได้พบกับท้าวรถสิทธิ์ นางจึงใช้มนต์สะกดให้ท้าวรถสิทธิ์รักใคร่และแต่งตั้งให้ตนเป็นพระมเหสีเอกแทนนางทั้งสิบสอง

เมื่อนางสิบสองรู้จึงโมโหและอยากรู้ว่าเป็นใครเป็นมเหสีแทนพวกตน แต่พอรู้ว่าเป็นนางยักษ์สันตราก็ตกใจกลัวและร้องขอว่าอย่าทำอะไรตนเลย นางยักษ์สันตราไม่ยอมจึงเป่ามนต์ให้ท้าวรถสิทธิ์เกลียดพวกนางและสั่งนางทั้งสิบสองไปขังไว้ในถ้ำ ฝ่ายนางยักษ์สันตรายังไม่หยุดจึงออกอุบายว่าตนป่วยเป็นโรคประหลาดและต้องใช้ลูกตานางทั้งสิบสองมาทำยาให้กินจึงจะหาย พระรถสิทธิ์จึงรีบให้จัดการควักลูกตานางสิบสองมา

โดยวิรุฬจำบังได้ควักลูกตาไปทั้ง 11 คนแล้วเว้นแต่นางเภาโดนควักไปเพียงข้างเดียว วิรุฬจำบังจึงได้นำลูกตาของนางสิบสองใส่โถไปถวายให้นางสันธมาลา นางทั้งสิบสองต้องทุกข์ทรมานเข้าอีกปวดทั้งตา อีกทั้งยังท้องแก่ที่ใกล้คลอด เวลาผ่านไปจนกระทั่งพวกนางคลอดลูกมาแต่ลูกของนางทั้ง 11 คนตายหมด เพราะพวกนางอดอยากจึงกินลูกตัวเองเหลือแต่นางเภาที่ให้กำเนิดพระโอรสที่มีชื่อว่า รถเสน ถึงตอนนี้เรื่องราวจึงเข้าสู่นิทานตอนพระรถเมรี…

นิทานไทย

ไกรทอง ผู้พิชิตเหนือชาละวันจระเข้ผู้แข็งแกร่ง

ไกรทอง ผู้พิชิตเหนือชาละวันจระเข้ผู้แข็งแกร่ง
ไกรทอง ผู้พิชิตเหนือชาละวันจระเข้ผู้แข็งแกร่ง

ไกรทอง เป็นนิทานพื้นบ้านของเมืองพิจิตรมีเรื่องเล่ากันว่า เมืองนี้มีถ้ำอยู่ใต้น้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำนั้นจะมีจระเข้น้อยใหญ่อาศัยอยู่มากมายเป็นจำนวนมาก

จระเข้ทุกตัวที่เข้าไปอยู่จะกลายเป็นคน และมีจระเข้เฒ่าที่จระเข้ทุกตัวเคารพ เชื่อฟังนั้นชื่อว่าท้าวรำไพ ลูกของท้าวรำไพชื่อท้าวโคจรมีลูกชื่อชาละวัน

ชาละวันเป็นจระเข้ที่ฉลาดแข็งแรง ต่อมาท้าวโคจรตายลง ชาละวันก็อยู่มากับปู่ ปู่ก็เฝ้าสอนสั่งอบรมจนเติบใหญ่และท้าวรำไพก็แก่ลง ชาละวันก็ได้เติบเป็นหนุ่มก็ตั้งตัวเป็นใหญ่

ปกครองเหล่าจระเข้แต่ด้วยนิสัยอันธพาลของเจ้าชาละวันมันชอบออกจากถ้ำไปจับผู้คนวัวควายกินเป็นอาหาร ทำให้ชาวบ้านเมืองพิจิตรกลัวกันมากนัก

วันหนึ่งเจ้าชาละวันออกจากถ้ำก็ไปเจอหญิงสาว 2 คน กำลังอาบน้ำสวยมากซึ่งเป็นลูกสาวของเจ้าเมืองพิจิตร ชาละวันเห็นก็นึกรัก หญิงสาว 2 คนที่ชื่อว่าตะเภาแก้วและตะเภาทอง

ชาละวันจึงคาบตะเภาแก้วและตะเภาทองเข้าไปในถ้ำและได้นางตะเภาแก้วตะเภาทองเป็นเมีย เรื่องนี้รู้ถึงเจ้าเมืองพิจิตรๆ รู้ว่าลูกสาวของตัวเองถูกจระเข้คาบไปก็โกรธแค้นมาก

ไกรทอง พระเอกเปิดตัวช่วยนางเอก

ก็จึงสั่งให้ป่าวประกาศหาผู้คนที่ปราบจระเข้ได้ จะยกตะเภาแก้ว ตะเภาทองให้เป็นเมีย พร้อมสมบัติตนอีกครึ่งหนึ่งให้ ข่าวนี้รู้ถึงหนุ่มใหญ่ใจกล้า ชื่อไกรทอง ไกรทองเป็นคนดีมีความรู้เรียนคาถาอาคมเกี่ยวกับการปราบจระเข้มาโดยเฉพาะ

ก็เลยไปรับอาสากับเจ้าเมืองพิจิตร ดังนั้นไกรทองก็ต่อแพ เอาไม้ลูกบวบมาทำแพพร้อมเตรียมอุปกรณ์ต่างๆจะไปปราบชาละวัน เตรียมใส่เสื้อยันต์ ทวนน้ำขึ้นไปจากเมืองนนท์ถึงเมืองพิจิตร

พอถึงเมืองพิจิตรก็พักแพทำพิธีกรรมร่ายเวทมนตร์คาถา ทำให้ชาละวันที่อยู่ในถ้ำก็เกิดความร้อนรุ่มจริงๆ ปู่ของชาละวันได้กำชับนักหนาแล้วว่า ห้ามออกไปนอกถ้ำไม่เช่นนั้นจะได้รับอันตราย

ชาละวันจึงนั่งทำสมาธิอยู่ในถ้ำ ด้วยเวทมนตร์คาถาทำให้ชาละวันรู้สึกร้อน ไกรทองร่ายเวทมนตร์กี่จบกี่จบชาละวันก็ไม่ออกมาซักที  ก็ได้จุดเทียนเพื่อระเบิดถ้ำ แล้วร่ายเวทมนตร์

ชาละวันสงสัยก็ แล้วว่ายขึ้นบนผิวน้ำ ว่าดังนั้นชาละวันก็ว่ายน้ำตรงไปที่แพ เพื่อจะกินเป็นอาหาร ไกรทองเห็นชาละวันมาก็เตรียมอาวุธต่างๆ

เมื่อชาละวันเข้ามาใกล้ ไกรทองเอามีดทิ่มแทง เกิดคลื่นปั่นป่วนในน้ำขนาดใหญ่ ชาวบ้านแถวนั้นก็มาดูตามริมฝั่งขณะที่ต่อสู้แพก็เกิดแตก

ทันใดนั้นไกรทองก็คว้าหอก เสียบเข้าใต้ท้องของชาละวันเลือดไหลแดงแม่น้ำ ชาละวันก็จบชีวิตอันชั่วร้ายของชาละวันเองนั้นเองหลังจากนั้นไกลทองก็ได้รับนางตะเภาแก้ว ตะเภาทองมาเป็นเมีย และอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขต่อมา…

นิทานไทย

แก้วหน้าม้า คนงามในร่างม้า

แก้วหน้าม้า
แก้วหน้าม้า

ท้าวภูวดลกับพระนางนันทา ผู้ครองเมืองมิถิลา ทั้งสองพระองค์ มีโอรสว่า ปิ่นทอง มีวันหนึ่งพระปิ่นทองได้ออกมาเล่นว่าวซึ่งลมแรงมาก ว่าวของพระปิ่นทองได้หลุดมือและปลิวไป ซึ่ง แก้วหน้าม้า เก็บว่าวได้และดีใจจะเก็บไว้

เมื่อพระปิ่นตามมาขอว่าวคืน นางแก้วจึงขอให้ตนไปเป็นมเหสี พระปิ่นได้ยินแก้วพูดก็ทรงโกรธมากแต่ก็ได้รับปากเพียงเพราะหวังอยากได้ว่าวคืน รออยู่หลายวันไม่เห็นพระปิ่นทองมารับ นางแก้วจึงเล่าเรื่องให้พ่อกับแม่ฟังและไปทวงสัญญากับพระปิ่น ท้าวภูวดลกริ้วตรัสให้นำตัวไปประหาร

แต่พระนางนันทาได้ห้ามไว้และเรียกพระปิ่นมาสอบถาม พระปิ่นทองยอมรับว่าสัญญาไว้ พระนางนันทาสั่งให้ไปรับตัวนางแก้วมาอยู่ในวัง ครั้งไม่มีวอทองมารับสมกับตำแหน่งมเหสี นางแก้วก็ไม่ยอมไป จนในที่สุดนางแก้วได้นั่งในวอทอง พร้อมกับแต่งตัวสวยพริ้ง พอมาถึงวังหลวงท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองเห็นนางแก้วรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดจึงคิดหาทางกำจัดนางแก้ว

แก้วหน้าม้า ผู้งามทั้งนอกและใน

แต่พระนางนันทากลับเอ็นดู นางแก้ว ท้าวภูวดลกับพระปิ่นทองหาทางกำจัดนางแก้ว โดยให้นางแก้วไปยกเขาพระสุเมรุมาไว้ในเมืองภายใน 7 วัน หากทำไม่สำเร็จจะต้องได้รับโทษประหาร แต่นางแก้วก็สามารถไปยกเขาพระสุเมรุมาถวายท้าวภูวดลได้สำเร็จ ส่วนท้าวภูวดลพยายามหาหนทางอีกจึงมอบให้พระปิ่นทองเดินทางไปอภิเษกกับเจ้าหญิงทัศมาลี

ก่อนเดินทางไปพระปิ่นทองกล่าวว่า ถ้ากลับมานางแก้วยังไม่มีลูกจะถูกประหาร นางแก้วนั่งเรือเหาะตามพระปิ่นทองไปแล้วถอดหน้าม้าออกไปแอบรออยู่ในป่าพระปิ่นทองเห็นเข้าเกิดหลงรักจนได้นางแก้วเป็นเมีย ต่อมานางแก้วตั้งครรภ์ พระปิ่นทองต้องการกลับกรุงมิถิลาจึงได้มอบแหวนให้นางแก้ว เพื่อยืนยันว่าเด็กในท้องนางแก้วเป็นลูกของพระปิ่นทองจริง

เมื่อนางแก้วคลอดบุตรชายก็ให้ชื่อว่าปิ่นแก้วและก็คิดจะพาลูกกลับไปหาพระปิ่น ต่อมาพระปิ่นทองเดินทางกลับเมืองมิถิลาพร้อมกับสองธิดายักษ์ นางแก้วได้พาลูกกลับมาเฝ้าพระปิ่นทอง ท้าวภูวดล พระนางนันทา นางสร้อยสุวรรณ และนางจันทา พร้อมกับกราบทูลว่าพระปิ่นแก้วเป็นพระโอรสของพระปิ่นทองกับนางแก้ว พระปิ่นทองกับท้าวภูวดลไม่เชื่อ

นางแก้วเลยมอบแหวนที่พระปิ่นทองเคยมอบให้ในร่างนางมณีรัตนา นางสร้อยสุวรรณและนางจันทาช่วยกันเลี้ยงดูพระปิ่นแก้ว ส่วนพระปิ่นทองนั้นก็ยังคงสงสัยว่าตนไปมีลูกกับนางแก้วตั้งแต่เมื่อไร่ เจ้าหญิงทัศมาลีคิดถึงพระปิ่นทองจึงเดินทางมาหาพระปิ่นทอง เมื่อเดินทางมาพบพระปิ่นทองแล้วเกิดการหึงหวงกับนางสร้อยสุวรรณและนางจันทาสองธิดายักษ์

จนมีเรื่องทะเลาะวิวาท โดยนางแก้วเข้าช่วยเหลือ นางทัศมาลีเห็นว่าสู้ไม่ได้ จึงหนีกลับเมือง ต่อมาเจ้าหญิงทัศมาลีได้ให้กำเนิดพระโอรสชื่อว่า ปิ่นศิลป์ไชย เมื่อพระปิ่นทองรู้ความจริงทั้งหมด ก็ได้รีบตามไปง้อขอคืนดีกับนางแก้ว

เมื่อความทราบถึงท้าวภูวดลและนางนันทาก็ดีใจจึงจัดพิธีอภิเษกสมรสให้นางแก้วเป็นมเหสีของปิ่นทองอย่างเอิกเกริก พร้อมทั้งกับนางแก้วได้ชื่อใหม่ว่า นางมณี ต่อมาไม่นานนางแก้วก็ตั้งครรภ์อีกครั้ง แล้วได้อยู่ร่วมกันกับโอรสปิ่นทองอย่างมีความสุข…

นิทานไทย

จันทโครพ นิทานไทยได้ยินกันติดหู

จันทโครพ นิทานไทยได้ยินกันติดหู
จันทโครพ

จันทโครพ เป็นเจ้าชายแห่งเมืองพาราณสี เมื่อตอนที่เขาได้เติบโตเป็นหนุ่มนั้น เขาได้ออกเดินทางหาอาจารย์เพื่อที่จะร่ำเรียนวิชา แล้วได้เจอกับฤๅษี จึงได้ร่ำเรียนวิชาจนสำเร็จและหลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับบ้านเมืองของตน ก่อนเดินทางฤๅษีได้มอบผอบแก้วให้จันทโครพแล้วสั่งว่าห้ามเปิดจนกว่าจะถึงบ้านเมือง

เพราะความอยากรู้จันทโครพจึงได้แอบเปิดผอบนั้นเสียก่อน ซึ่งในผอบมีหญิงสาวคือนางโมรา หญิงสาวแสนสวยได้ปรากฏตัวออกมานอกผอบ หลังจากนั้น จันทโครพก็ได้พานางโมราเดินทางต่อไปแต่เกิดเหตุระหว่างทางได้พบกับโจรป่าคนหนึ่งซึ่งเห็นนางโมราแล้วเกิดชอบจึงคิดแย่งชิง ไม่ช้าจันทโครพก็เสียท่าทำดาบหล่น

นางโมราเห็นจึงหยิบมีดส่งให้โจรป่า จันทโครพก็ถูกโจรป่าฆ่าตาย  แต่จันทโครพยังไม่ถึงแก่ความตายพระอินทร์จึงได้มาชุบชีวิตให้จันทโครพ แล้วบอกว่าเนื้อคู่ที่แท้จริงอยู่ทางทิศเหนือ โจรป่าคิดว่าวันหนึ่งถ้านางโมราได้เจอคนอื่นที่ดีกว่าตน จะต้องทิ้งตนไปแน่ เพราะขนาดจันทโครพเป็นถึงองค์ชายนางยังทิ้งได้ ดังนั้นโจรป่าจึงหนีไป

จันทโครพ อบวิเศษ

นางโมราจึงออกตามหาโจรป่า แล้วพระอินทร์ก็สาปนางโมราให้เป็นชะนี จันทโครพได้เดินทางไปตามที่พระอินทร์ได้บอก ก็ได้เจอถ้ำหนึ่งที่มียักษ์ตนหนึ่งเฝ้าอยู่จันทโครพจึงคิดว่าในถ้ำนั้นมีเนื้อคู่ของตนอยู่จึงฆ่ายักษ์ แล้วเดินเข้าไปก็เจอผู้หญิงชื่อนางมุจลินทร์จึงอยู่กินกัน แล้วจันทโครพคิดถึงพ่อแม่จึงได้พานางมุจลินทร์หนีออกมาแล้วเดินไปสักพักก็เหนี่อยแล้วเผลอหลับไปทั้งคู่

นางยักษ์จึงนำตัวนางมุจลินทร์ไปฟาดกับต้นไม้แล้วเหวี่ยงไปสุดแรง จากนั้นก็ปลอมตัวเป็นนางมุจลินทร์ไปนอนข้างจันทโครพ เมื่อจันโครพเดินทางมาถึงเมืองก็ขอนอนพักผ่อน แล้วพอตอนกลางคืนนางยักษ์ก็ไปกินวัวของชาวบ้าน โดยหารู้ไม่ว่าเจ้าของวัวดูอยู่เจ้าของวัวจึงไปบอกพระราชา ซึ่งเป็นพ่อของจันทโครพ แต่ตอนนั้นดึกมากแล้วจึงรอพรุ่งนี้เช้า

จนกระทั้งเช้าแล้วจันทโครพได้ปลุกนางมุจลินทร์ปลอม โดยไม่บอกเรื่องคดีแปลกประหลาด แต่นางยักษ์ไม่ได้นอนมาทั้งคืนเลยแสร้งบอกว่าไม่สบาย จันทโครพออกมาเข้าเฝ้าคนเดียว แล้วพระโหราธิบดีก็ตรวจดูดวงให้จันทโครพแล้วบอกว่าพรุ่งนี้ให้จันทโครพพานางมุจลินทร์มาด้วย พอวันรุ่งขึ้นพระโหราธิบดีถามนางมุจลินทร์เกี่ยวกับเวลาที่เกิด

แต่นางยักษ์ไม่รู้จึงบอกวันผิดๆไปพระโหราจึงบอกว่า บัดนี้ความจริงเปิดเผยแล้วเจ้าไม่ใช่คนแต่เจ้าเป็นนางยักษ์ นางยักษ์หน้าถอดสี จันทโครพจึงฆ่านางยักษ์ตายแล้วออกตามหานางมุจลินทร์จนพบ และตอนนั้นนางมุจลินทร์ได้คลอดบุตรชายชื่อจันทวงศ์ทั้งสามจึงอยู่กันอย่างมีความสุขนับตั้งแต่นั้นมา

 …