ภาคกลาง

พระนางจามเทวี หญิงแกร่งที่ต่อสู้เพื่อลูก

พระนางจามเทวี
พระนางจามเทวี

พระนางจามเทวี เป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง ในลักษณะตำนานที่เกี่ยวกับอโยธยา  อโยธยาหมายถึงกรุงอโยธยา ซึ่งจะเห็นมีวัดเดิมอยู่คือ วัดอโยธยา ซึ่งมีผู้เฒ่าคนแก่เล่าว่าบริเวณนั้นเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ ซึ่งเมื่องนี้มีก่อนกรุงศรีอยุธยาที่คนไทยทั้งหลายรู้จัก ที่เมืองแห่งนี้ได้มีพระมเหสีของเจ้าเมืองอโยธยาองค์หนึ่ง พระมเหสีองค์นี้มีชื่อว่าพระนางจามเทวี เป็นราชธิดาของกษัตริย์กรุงละโว้

ซึ่งได้ถูกยกพระธิดาให้กับเจ้าเมืองอโยธยา พระนางก็ได้เข้ามาอยู่ที่กรุงอโยธยา จนกระทั่งกษัตริย์กรุงอโยธยาเสด็จสวรรคต พระนางจามเทวีจึงได้ปกครองกรุงอโยธยาต่อจากพระสวามี เมื่อพระนางจามเทวีได้เข้าปกครองอโธยาแล้ว ข้าราชบริพาร ทหาร เสนา อำมาตย์ต่างๆไม่พอใจที่พระนางได้ขึ้นครองเมืองก็เลยคิดวิธีการจับตัวของพระนางจามเทวี และให้มีการสถาปนาราชวงศ์ลูกหลานของพระเจ้าแผ่นดินองค์เดิมขึ้นครองกรุงอโยธยาแทน

พระนางจามเทวี ถูกขับไล่ออกจากเมือง

ส่วนพระนางจามเทวีนี้ก็ถูกเนรเทศให้ไปครองเมืองที่ไกลจากอโยธยา พระนางจึงได้ไปอยู่ที่เมืองลำพูนโดยแต่เดิมเรียกเมืองนี้ว่าหริภุญไชย พระนางใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นก็ได้ประสูติพระโอรสซึ่งเป็นฝาแฝด เมื่อพระนางได้ประสูติพระโอรสแล้ว พระนางจามเทวีก็ได้มีการคิดที่จะสร้างอะไรขึ้นมาสักอย่างหนึ่งเพื่อตั้งให้เป็นอนุสรณ์ก็เลยสร้างเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่เมืองหริภุญไชย

ซึ่งในปัจจุบันนั้นได้เรียกกันว่าเจดีย์หริภุญไชย ซึ่งเจดีย์นี้ได้เป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของเมือง หริภุญไชย และนับถือมาจนถึงปัจจุบันนั้นก็คือเมืองลำพูน ส่วนพระโอรสทั้งสอง พระองค์ เมื่ออยู่ในช่วงเจริญวัยขึ้นมา พระนางจามเทวีก็ได้ส่งพระโอรสขึ้นไปในทางทิศตะวันออกและสร้างเมืองขึ้นคือเมืองเขลางนคร ซึ่งในปัจจุบันนั้นก็คือ ลำปาง นั้นเอง

จากตำนานเรื่องเล่านี้วิเคราะห์กันได้ว่า พระนางจามเทวีจะต้องเป็นคนเก่ง เฉลียวฉลาดและเป็นที่เคารพ มีชื่อเสียงเลื่องลือ ผู้เป็นที่รักของประชาชนเป็นจำนวนมาก จึงได้มีการเล่าสืบต่อๆกันมาอีกว่าพระนางจามเทวีเป็นกษัตริย์หรือเจ้าเมืองที่ครองกรุงโบรารณ

ซึ่งเป็นผู้หญิงที่เก่งมากแต่ตัวพระนางเองก็ได้ถูกกบฏ ไม่ก็ถูกจับตัวให้ไปครองเมืองอื่นแทนเจ้าเมืองรามปุระ ซึ่งในปัจจุบันได้การถกเถียงกันทางประวัติศาสตร์ว่าเป็นเมืองใดแน่ แต่คนกรุงเก่าหรืออยุธยาดั้งเดิมซึ่งเป็นคนเฒ่าแก่บอกว่า พระนางเป็นกษัตริย์ผู้หญิงของอโยธยาเดิมซึ่งมีมาก่อนกรุงศรีอยุธยาจะก่อตั้งในสมัยของพระเจ้าอู่ทองเสียอีก

 …

Continue Reading
ภาคกลาง

พิกุลทอง ความสวยมาพร้อมกับความอาภัพ

พิกุลทอง ความสวยมาพร้อมกับความอาภัพ
พิกุลทอง ความสวยมาพร้อมกับความอาภัพ

นิทานพื้นบ้านเรื่อง พิกุลทอง นั้น เป็นนิทานพื้นบ้านของภาคกลาง มีหญิงสาวชื่อว่า พิกุล เธอมีความสวย  แม่ของเธอตายตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอจึงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่เลี้ยง ซึ่งแม่เลี้ยงนั้นก็ได้มีลูกสาวชื่อว่า มะลิ แต่ว่าทั้งแม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอเป็นคนที่จิตใจโหดร้าย ชอบบังคับให้พิกุลทำงานหนักทุกวัน

อยู่มาวันหนึ่งพิกุลได้ออกไปตักน้ำที่ลำธาร ตอนกำลังเดินกลับบ้าน ทันใดนั้นก็มีหญิงชราคนหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าของพิกุลและขอน้ำเธอดื่ม พิกุลก็เอาน้ำให้หญิงชราและก็ได้บอกให้เธอเอาน้ำไปอีกเพื่อจะได้ล้างหน้า และล้างตัว พิกุลบอกหญิงชราว่าถ้าน้ำไม่พอเธอจะไปตักมาอีก หญิงชรายิ้มและก็ให้พรวิเศษกับเธอ

โดยจะทำให้ดอกพิกุลทองคำร่วงออกมาจากปากของเธอ  เมื่อยามใดที่เธอรู้สึกสงสารใครหรือสิ่งใด  หลังจากหญิงชรา ก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาของเธอ  พิกุลจึงได้รู้ว่าหญิงชราผู้นั้นเป็นนางฟ้ามาให้พรวิเศษแก่เธอ พอถึงบ้าน เธอก็ถูกแม่เลี้ยงดุด่าว่าไปเถลไถลเพื่อหนีงาน

พิกุลทอง น่าสงสาร

พิกุลจึงเล่าเรื่องราวให้ผู้เป็นแม่เลี้ยงฟังพร้อมกับเกิดความรู้สึกสงสารในขณะเล่าจึงทำให้ดอกพิกุลทองคำร่วงออกมาจากปากของเธอด้วยความละโมบแม่เลี้ยงก็เปลี่ยนอารมณ์และเก็บดอกพิกุลทองไว้ในขณะนั้นก็สั่งให้พิกุลพูดต่อไปเรื่อยๆ นับตั้งแต่วันนั้น แม่เลี้ยงของพิกุลก็เก็บรวบรวมดอกพิกุลทองคำไว้

เพื่อนำไปขายและได้เงินมามากมาย ชีวิตทุกคนก็มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นพิกุลเองก็ไม่ต้องทำงานหนัก แต่ก็ถูกบังคับให้พูดทั้งวัน เพื่อให้ดอกพิกุลทองคำออกมาจากปากของเธอมากๆจนพิกุลทองเกิดเจ็บคอ ทำให้เธอพูดไม่ได้ จึงทำให้แม่เลี้ยงโมโหมากจนถึงตบตีพิกุลเพื่อพยายามยังคับให้เธอพูดแต่พิกุลก็พูดไม่ได้แม้แต่คำเดียว

ตัวแม่เลี้ยงเองจึงมะลิไปทำตามอย่างพิกุลบ้าง มะลิได้ไปยังที่พิกุลบอกไว้ แต่ว่าแทนที่จะได้พบกับหญิงชราก็กลับพบหญิงสาวสวยสวมเสื้อผ้างดงาม หญิงสาวผู้นั้นจึงขอน้ำมะลิดื่ม แต่ด้วยความริษยามะลิแสดงอาการโกรธและคิดว่าหญิงผู้นั้นไม่ใช่นางฟ้า เธอจึงปฏิเสธและด่าหญิงคนนั้น นางฟ้าจึงสาปแช่งมะลิว่า

เมื่อใดก็ตามที่เธอโกรธและพูดออกมาก็จะมีหนอนร่วงออกมาจากปาก เมื่อกลับมาถึงบ้านมะลิก็ได้เล่าเรื่องให้ผู้เป็นแม่ฟังและด้วยความโกรธในขณะเล่าเรื่องนั้นก็ทำให้บ้านเต็มไปด้วยหนอน แม่คิดว่าพิกุลอิจฉาลูกสาวของตนจึงเป็นเหตุให้ลูกสาวของตนไม่ได้พบกับหญิงชราแม่เลี้ยงจึงทุบตีพิกุลและไล่เธอออกจากบ้าน

ทำให้พิกุลหนีไปอยู่ป่า เจ้าชายหนุ่มกำลังขี่ม้าผ่านมาก็ได้เห็นสาวนั่งร้องไห้อยู่ก็ถามเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดทันทีที่พูดจบที่บริเวณนั้นก็เต็มไปด้วยดอกพิกุลทองคำ เจ้าชายจึงขอนางอภิเษกสมรสด้วยและหลังจากการอภิเษกสมรสทั้งสองพระองค์ก็ได้ ขึ้นครองราชย์และปกครองเมืองของพระองค์ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา…

Continue Reading